×


วิธีตัดสินใจสำหรับเพื่อการเลือกใช(อ่าน 40 ครั้ง)
วิธีตัดสินใจสำหรับเพื่อการเลือกใช เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2017, 12:25:08 am
ซื้อ กล้อง IP Camera ยี่ห้อไหนดี[/i]

สำหรับในการพินิจพิเคราะห์เลือกซื้อสินค้าจากระยะ
เวลาการรับรองอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งเกิดขึ้น
ได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้
1) การออกแบบ (Product Design)
  วงจร(Circuit diagram) รวมทั้ง แผนวงจรพิมพ์ (Circuit & PCB Design)
ที่เป็นส่วนของวงจรถูกประกอบบนแผ่น PCB ของ กล้อง IP Camera ดำเนินการฟังก์ชั่นทางไฟฟ้าแล้วก็อิเล็คทรอนิคส์ส่วนมากจะแบ่งย่อยออกเป็นหลายแผงหรือที่เรียกว่าโมดูล การออกแบบเช่นนี้เพื่อความสะดวกสำหรับเพื่อการ
{ซ่อม|แก้ปัญหา)หรือนำประกอบตามส่วนประกอบให้เหมาะสม โดยโมดูลต่างๆมีดังนี้
•    แผงวงจรหลัก(main board) จะประกอบด้วย cpu ปฏิบัติหน้าที่ ติดต่อกับชุดรับภาพ(Lense board)และสั่งการทำงาน Stepping Motorเพื่อขยับเขยื้อน รวมถึงการอ่านและบันทึกข้อมูลภาพลงการ์ดความจำ(Micro SD Card)
•    แผงรับภาพ (Lense Board)จะมีSensorรับภาพ(แปลงสัญญาณภาพเป็นข้อมูลดิจิตอล)และเลนส์ที่มีฟิมส์กรองแสงในตัว(ที่มี IR-CUT)
•    InfraredBoard จะอยู่ใกล้กับ Lense board โดยจะประกอบด้วยเซ็นเซอร์วัดระดับแสงสว่าง (LDR) รวมทั้งตัวเกิดรังสีอินฟาเรด (IR LED) (มีความร้อนเมื่อเวลาทำงาน)
•    WiFI Board ทำการรับส่งสัญญาณ ภาพ เสียง จาก Mainboard แล้วเข้ารหัสรวมกับคลื่นความถี่บริเวณ WIFI 2.4GHz เพื่อส่งไปเราท์เทอร์ รวมทั้งยังรับคำสั่งมี่สั่งมาจากมือถือหรือคอมพิวเตอร์สำหรับในการสั่งการต่างๆหรือเรียกข้อมูลวิดีโอเพื่อมาดู
  สิ่งที่จะต้องคำนึงถึง
1.    อุปกรณ์ชิพเซ็ต หน่วยประมวลผลกลาง (CPU), เซ็นเซอร์รับภาพ (Image Sensor), ตัวแปลงสัญญาณภาพ (Image processsor), Wifi , อื่นๆ ว่าเราจะเลือกใช้ ยี่ห้อไหนดีที่ได้คุณภาพรวมถึงการกำหนดค่าการดีไซน์(Design parameter)ที่สมควร
2.    การระบายความร้อน จะขึ้นอยู่กับการติดตั้งเข้ากับโครงสร้างแล้วก็ขนาดแผ่น ระบายความร้อนที่มีขนาดเหมาะสม
3.    สายสัญญาณ สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างบอร์ด อย่างเช่น รูปแบบของ Connector , ขนาดสายไฟ สายแพ หรือ fexible cable
4.    การออกแบบ reliability เป็นการวิเคราะห์ ช่องทางและโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากงานวางแบบ
5.    แผ่นวงจรพิมพ์ PCB เป็นต้นว่าคุณภาพ ความหนาของเนื้อทองแดง(cooper) วัสดุที่นำมาทำแผ่น รวมถึงการจัดวางตำแหน่งชิพเซ็ตแต่ละตัวให้เหมาะสม
                                                           
                                                                         picture 1. แผงวงจรที่ใช้อุปกรณ SMD เป็นส่วนใหญ่


 ส่วนประกอบภายนอกของ กล้อง IP Camera

จะประกอบไปด้วย ตัวเครื่องที่ทำมาจากพลาสติก(กล้องข้างใน /ข้างนอก) หรือเป็นโลหะ (กล้องด้านนอก) โดยมีเกรดแตกต่างตามตัวแปรในเรื่องทุนและก็การใช้แรงงานถ้าเกิดพวกเราลองสังเกตุจะมีความคิดเห็นว่าทรงที่คล้ายคลึงหรือไม่เหมือนกันในแต่ละโรงงานผู้ผลิตด้วยเหตุผลเรื่องทางด้านออกแบบ, เงินลงทุน แต่ว่าสิ่งที่ควรจะคำนึงถึงต่อการเลือกว่าจะไปแนวทางไหนมีดังนี้
  สิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาถึงว่าจะเลือก กล้อง IP Camera ยี่ห้อไหนดี
1.    วัสดุที่ใช้ควรสมควรงานดังเช่นเหล็ก-อลูมิเนียม หรือพลาสติก ABS สำหรับงานข้างนอกที่พ้องกันน้ำและระบายความร้อนที่ต่างกัน
2.    จุดเคลือนไหวหรือหมุนที่แคล่วคล่องว่องไวไม่หละหลวมหรือแน่นเกินความจำเป็น
3.    องค์ประกอบที่รองรับการเดินสายภายในปกป้องการบิดตัว หรือตึงเหลือเกิน(กล้อง Pan-Tilt)
4.    การระบายความร้อนในส่วนของโครงสร้างบางทีอาจวางแบบให้มีรูระบายความร้อนให้เหมาะสมกับตำแหน่งงานว่างแผงวงจร หรือใช้โครงสร้างอลูมินัมที่มีสัมประสิทธิการระบายความร้อนได้ดีกว่าสำหรับงานบางประเภท
5.    การกำหนดตำแหน่งที่สมควรของมอเตอร์, ไมค์ และก็ลำโพงเพื่อไม่ให้ปิดบังเสียงเหลือเกิน

                                                                                                   
                       

                                                     picture 2 โครงสร้าง กล้อง IP Camera ทั้งภายในและภายนอก   

 
 2) วิธีการผลิต (Manufacturing Process)

ในกระบวนการผลิต PCBA ของ กล้อง IP Camera มันจะถูกวางแบบเป็นอุกรณ์ SMD เป็นส่วนใหญ่
•    เครื่องจักรอัตโนมัติ ดังเช่นว่าเครื่องวางชิพเซ็ต แบบ SMD (SMT Machine)  ,เครื่องใส่อุปกรณ์แบบมีขา (Auto Inserting Machine)ช่วงหลังจะถูกเอาทิ้งเพราะแนวทางออกแบบจะเน้นแบบ SMT ทั้งปวง, เครื่องประสาน Solder หรือตัวเชื่อมอุปกรณ์ SMD กับแผงวงจร (Reflow), อื่นๆ
•    Touch up & Inspection เป็นการตกแต่งชิ้นงานจากอันดับแรกให้บริบูรณ์ซึ่งโดยมากจะใช้แรงงานคน
•    ทดสอบ แผงวงจร ( Incircuit Tester) การทดสอบ PCBA ทางด้านค่าอุปกรณ์ SMD โดยอ้างอิงจากค่าจากการออกแบบรวมทั้งการประเมิน
•    การอัพFirmware burn and Electrical test & Calibration การทดสอบ PCBA ทางด้านการทำงานตามฟังก์ชั่นไฟฟ้า
•    การประกอบ PCBA แล้วก็ตัวโครง ซึ่งควรจะมีการทดสอบอีกทีเพื่อรับรองว่าบอร์ดที่นำมาประกอบใช้งานได้จริง
•    Reliability assetment & FMEA อย่างเช่นกระบวนการ Burn-in test เป็นตรวจดู ปัญหาที่อาจกำเนิดได้อีกทั้งการออกแบบ และก็ การสร้างที่ไม่สามารถที่จะพบในวิธีการtest ทั่วไปเป็นต้นว่าปัญหา intermitent ที่มาจากการควบคุมค่าต่างๆของเครื่องจักรและก็วัสดุอุปกรณ์ไม่ดีเพียงพอ อาทิเช่นอาการพวก Crack หรือ contamination ซึ่งส่งผลในระยะยาวได้ แต่ว่ามีข้อกำหนดเรื่องเวลากระบวนการดังกล่าวข้างต้นอาจจะก่อให้กรรมวิธีล่าช้าเพราะมีเวลานานสำหรับเพื่อการคัดกรองเป็นเวลายาวนานกว่า process อื่นๆ
•    Final Testing and Package &QA ขั้นตอนสุดท้ายในขบวนการ ที่ตัวกล้องได้ประกอบเป็นตัวเป็นระเบียบแล้วแม้กระนั้นเพื่อความมั่นใจและความเชื่อมั่นจะมีการทดสอบและปรับแก้ฟังก์ชั่นการทำงานให้บริบูรณ์
•    ทุกกระบวนการผลิตควรจะมีการควบคุม ESD (ไฟฟ้าสถิต) ให้อยู่ในครอบเขตการเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองป้องกันยกตัวอย่างเช่น ถุงนิ้ว หรือ wrist strap (สายข้อมือ) หรือผิวที่ปกป้องการเกิดไฟฟ้่าสถิตกับ chip IC จะมีความไวต่อไฟฟ้สถิต รวมทั้งผลกระทบมีอีกทั้ง โดยทันที รวมทั้งในระยะยาว)ขั้นตอนข้างต้นเป็นรายละเอียดคราวๆซึ่งอาจควรมีในกระบวนการผลิต กล้อง IP Camera แม้กระนั้นบางทีก็อาจจะไม่เหมือนกันแต่ละโรงงาน แต่ว่าไม่อาจจะคัดกรองปัญหาได้ 100% ดังนั้นก็เลยมีมาตรฐานที่ยอมรับกันทางอุตสาหรรม เกี่ยวกับปริมาณของเสียที่จะอาจจะมีการเกิดขึ้นตอนหลังโดยมีหน่วยเป็น DPPM ระหว่างผู้สร้างรวมทั้งลูกค้า โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นหน้าที่ของ Customer Service ที่ต้องรอ บริการหลังการขาย (After sale service) ตอนที่ค้ำประกันสินค้า.

                                                                                                 

                                                     
                                                                         picture 4 Solder Crackจากการผลิต
                                                                                                 
                                                       
                                                                                                  picture 5  ขบวนการทดสอบ

เหตุผลมากมายที่ช่วยสนับสนุนว่า เพราะเหตุไรโรงงานที่มีคุณภาพจึงจำต้องรับประกันผลิตภัณฑ์ของตนอย่างน้อย 1 ปี หรือถ้าหากโรงงานนั้นขายสินค้าให้กับเครื่อข่ายของบริษัทใหญ่ที่โด่งดัง อาจต้องรับประกันสินค้าอย่างต่ำที่ 3 ปี กล้อง IP Camera ก็เข้าเกณฑ์ที่อยู่ในกรุ๊ปของผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิคส์ที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาที่ได้กล่าวผ่านไปแล้วก่อนหน้านี้ แล้วมีแนวทางที่ง่ายกว่านั้นไหมสำหรับลูกค้ารายย่อยที่อาจไม่มีอำนาจสำหรับในการต่อรอง ราวกับลูกค้าเจ้ามีชื่อเสียงสิ่งที่สามารถชี้แนะได้เป็น พวกเราควรที่จะทำการเลือกจากการรับรองสินค้าโดยเน้นว่าไม่ควรไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ขั้นต่ำควร 1 ปี เพื่อคัดเลือกกรองปัญหาเรื่อง reliability และก็การออกแบบหวังว่าบทความนี้ช่วยเป็นส่วนหนึ่งสำหรับเพื่อการตกลงใจว่า กล้อง IP Cameraยี่ห้อไหนดี

Tags : กล้อง IP Camera ยี่ห้อไหนดี,กล้อง IP Camera,IP Camera ยี่ห้อไหนดี